วันยาว ยาว

posted on 17 Sep 2011 23:17 by trypboxes in Nihon
 
 17 กันยายน 2011
 
คุณว่าหนึ่งวันมันยาวมั้ยค่ะ?
.
คำถามนี้ถ้าตอบแบบไอน์สไตน์ เค้าก็จะพูดว่า ก็ถ้าวันไหนมีความสุขสนุกสนาน วันนั้นก็จะดูสั้น แต่ถ้าวันไหนทุกข์ทรมาน เวลามันก็ดูเคลื่อนตัวไปอย่างเชื่องช้า
สำหรับฉัน วันนี้มันเป็นวันที่ยาวนานมากค่ะ แต่ไม่ใช่เพราะทรมาน เป็นเพราะวันนี้มีกิจกรรมต่อกันหลายอย่าง จนเหมือนกับว่าฉันได้ผ่านวันอันยาวนานมา
.
วันนี้ฝนตกตั้งแต่เช้าค่ะ ไต้ฝุ่นเข้า แต่พอผ่านไปเที่ยงๆท้องฟ้าก็ดูสดใสขึ้นมา ฉันเลยถือโอกาสช่วงที่ฝนหยุด นั่งรถไฟไปศาลเจ้าแห่งหนึ่ง ที่พอไปถึงก็รู้ว่ามันไม่ได้ไกลจากบ้านเราเท่าไหร่เลย
.
ต้นสายปลายเหตุที่ทำให้ฉันอยากมาศาลเจ้านี้คือว่า ตอนที่ไปเที่ยวโตเกียวรอบล่าสุด เดินหลงๆไปเจอ เมจิจินกู(明治神宮) ศาลเจ้าที่เค้าว่ากันว่าคนญี่ปุ่นชอบมาขอพรให้สอบติด ตั้งอยู่ติดกับสถานีรถไฟฮาราจูกุ แต่ต่างกันราวฟ้ากับดิน ทางซ้าย คือ เมจิจินกู ศาลเจ้าที่อยู่ในป่า ส่วนทางขวาก็เป็นป่าเหมือนกัน แต่เป็นป่าคอนกรีตที่เต็มไปด้วยร้านค้ามากมายและผู้คนเดินกวักไขว่ ฉันเองประทับใจกับความแตกต่างสุดขั้วนี้มาก เหมือนกับว่า คนญี่ปุ่นเค้าช่างรู้สมดุลของชีวิต คนในเมืองที่เบื่อความวุ่นวาย จอกแจกจอแจในเมือง แค่ข้ามถนนมาอีกฝั่ง ก็หาที่พักสงบๆร่มใจได้ แต่ถึงกระนั้น ด้วยความที่โตเกียวเป็นเมืองท่องเที่ยวค่ะ เมจิจินกูถึงจะสงบยังไง ก็เต็มไปด้วยนักท่องเที่ยวมากมายอยู่ดี
.
ทีนี้ เมื่อวันก่อน ฉันไปกินข้าวแกงกระหรี่ร้านประจำ หลังจากไม่ได้กินนาน คุณลุงเจ้าของร้านก็ทักทายตามเดิม กลับเมื่อไหร่? ช่วงที่ผ่านมาไปเที่ยวไหนมาบ้าง? ฉันเลยเล่าให้ลุงแกฟังเรื่องทริปโตเกียวของฉัน ลุงแกเลยเล่าให้ฟังกลับว่า ตอนสมัยแกหนุ่มๆ เรียนโรงเรียนสอนทำอาหารแถวฮาราจุกุ เมจิจินกูนี่รู้จักดี เป็นไง เหมือนเข้าไปในป่ามั้ย? ฉันก็ตอบว่าใช่เลย แถมท้ายด้วยว่า ไม่น่าเชื่อว่ากลางเมืองแบบนั้นจะมีป่าผุดขึ้นมาได้ 
ลุงแกเลยสมทบว่า จริงๆแล้วแถวๆบ้านเราก็มีนะ เป็นแบบเมจิจินกูเลยล่ะ แต่ว่าเล็กกว่า เพราะคนที่สร้างหน่ะ เป็นคนเดียวกัน ฉันเลยบอกแกไปว่า อยากลองไปบ้าง ลุงแกเลยหยิบหนังสือแผนที่มากางให้ดูว่าอยู่ตรงนี้ๆ วันนี้ได้ที เลยลองไปดูสักหน่อยค่ะ
.
ฉันเองแปลกใจตัวเองเหมือนกัน เพราะปกติฉันคุยกะใครไม่ค่อยเก่ง แต่กับลุงแกดูคุยได้เรื่อยๆ ตั้งแต่เรื่องดนตรี หนัง ไปเที่ยว หรือเรื่องหนังสือ เมื่อวันก่อนสืบสาวเท้าความประวัติชีวิตลุงแกได้อีกว่า เมื่อก่อน แกเคยเป็นบาร์เทนเนอร์ ทำงานอยู่ในโตเกียว ฮาราจุกุ รปปงหงิ อะไรประมาณนั้น ตอนนี้เลยไม่ค่อยแปลกใจเท่าไหร่แล้วว่าทำไมคุยกะลุงแกแล้วดูสบายใจๆ มันเหมือนกับว่า คนที่ทำงานประมาณนี้ พกสกิลการพูดคุยกับแขกติดตัว ทั้งทำอาหารอร่อย ทั้งคุยกะใครก็ถูกคอ 
.
หลังกลับจากศาลเจ้านั้น ฝนก็เทมาอีกรอบ จนฉันต้องนั่งรถบัสกลับ จากที่คิดว่าจะไปเอาจักรยานที่จอดทิ้งไว้ที่มหาลัย เพราะเมื่อวานฝนก็ตก ก็เลยเลยไปช้อปของต่อเล็กๆ จนเลยเวลาต้องไป งานจิบชาชมจันทร์ แต่ถึงจะไปสาย แต่สุดท้ายได้กินขนมหวานกับชาขมๆ ก็อร่อยเพลิดเพลิน เดินกลับบ้านอย่างมีความสุขไปเลย :)
.
รถไฟสายสั้นๆจากชินชิซึโอกะ(新静岡) ถึงชินชิมิซึ(新清水)ฉันลงสถานีที่สี่ ชื่อว่า ยูโนะคิ(柚木)
.
.
ก่อนเข้าวัด หรือศาลเจ้าก็ต้องล้างมือ ล้างปากก่อนค่ะ
.
.
.
ถึงแล้วค่ะ ศาลเจ้าโกะโคคุ (静岡県護国神社)
.
.
ไปถึง แล้วก็พบว่าเป็นเมจิจินกูไซส์เล็กจริงๆค่ะ แต่อัดแน่นด้วยความเงียบสงบ และให้ความขลังว่าเป็นศาลเจ้าจริงๆ
.
.
ฟ้าที่ญี่ปุ่นนี่มันฟ้าสวยจริงๆนะค่ะ (รูปที่ลงๆเนี่ย ไม่เคยแต่งเลยสักครั้งนะค่ะ)
.
.
 
ฝนตก หลบฝนสักหน่อย
.
แล้วก็ไปจิบชา ชมจันทร์กันดีกว่า
.
ขนมที่เห็นสีดำๆดูน่ากลัวนั่น.. มันอร่อยมากๆเลยค่ะ
.
เทศกาลไหว้พระจันทร์ที่ญี่ปุ่น เค้าก็จะประดับขนมไหว้พระจันทร์กันแบบนี้ล่ะค่ะ
.
วันนี้ทั้งวันของฉัน ไม่จบง่ายๆเลยจริงๆ แต่ว่าเพลินๆดีจังเลยค่ะ :)

Comment

Comment:

Tweet

big smile

#2 By b-padung Studio on 2011-10-21 03:47

มีที่สงบๆแบบนี้อยู่ในเมืองมันดีจริงๆนะ

เห็นด้วยว่าฟ้าของเขาถ่ายออกมาแล้วสีฟ้าสวย ไม่รู้เป็นเพราะบ้านเราแดดแรงมากหรือเปล่า บ้านเราถ้าไม่ใส่ polarized filter นี่ท้องฟ้าขาวโพลนทุกทีbig smile

#1 By fafner on 2011-09-18 08:58