วัน(ไม่)ว่าง

posted on 07 Sep 2011 22:22 by trypboxes in Nihon
ฉันเป็นพวกว่างงานไม่ได้ค่ะ เพราะนอกจากทำให้หงุดหงิดๆแล้ว ยังพาลให้ออกไปเดินช้อปปิ้งเตร็ดเตร่ใช้เงินไปเรื่อยอีกด้วย แต่ด้วยความที่เที่ยวหนัก เลยไม่มีเงินเก็บ เรื่องนี้พอมาคิดดูกี่ทีก็คงตัดสินใจ"ไปเที่ยว"มากกว่าเก็บเงินอยู่ดี
แต่ช่วงนี้ไปเที่ยวซะเบื่อ เงินก็หมด ฉันเลยไม่รู้จะทำยังไง จะให้นั่งแกร่วอยู่ในห้องเล่นเนตเฉยๆนี่ก็เบื่อแสนเบื่อ เมื่ออาทิตย์ก่อนพาเพื่อนไปกินร้านอาหารไทยที่เคยทำไบท์ เลยแอบแยบๆพี่เจ้าของร้านว่า เดี๋ยวหนูกลับมาโตเกียว(อาทิตย์ที่แล้วก็มีอันต้องไปโตเกียวอีกรอบจนได้ค่ะ) จะมาช่วยที่ร้านนะค่ะ หนูไม่ขอเงินทำไบท์ ขอแค่ข้าวกินหลังทำไบท์อย่างเดียวพอ ช่วงนี้ลูกค้าน้อยลงค่ะ เพราะมีร้านอาหารไทยมาเปิดใหม่ใกล้ๆกันอีกร้านหนึ่ง ตอนนี้ชิซึโอกะ ในย่านที่ฉันอยู่ก็มีร้านอาหารไทย เป็นจำนวน หนี่ง สอง สาม สี่ ห้า โอ้ว..เยอะเอาการนะค่ะ กับเมืองเล็กๆแต่มีร้านอาหารไทยตั้งห้าร้านแหน่ะ อีกอย่างฉันก็นึกสนุก อยู่ที่ร้านยังได้ฝึกภาษา ได้มีอะไรทำนู่นทำนี่บ้าง คนเราจริงๆก็ไม่ได้ต้องการอะไรมากมาย ก็แค่ข้าวกินไปวันๆเท่านั้นก็พอแล้วค่ะ
.
วันนี้ฉันเลยได้ฤกษ์ไปทำงานที่ร้านอาหารไทยอีกเป็นวันแรก ทั้งช่วงกลางวันและกลางคืนค่ะ วันนี้ ฝนไม่ตก ไต้ฝุ่นก็ไปแล้วด้วย คนเลยค่อนข้างเยอะค่ะ เหนื่อยนะ แต่สนุกมากค่ะ แถมได้เจออาจารย์ที่สอนกฏหมายที่มหาวิทยาลัยที่ฉันไปแลกเปลี่ยนด้วย
เมื่อวานก็คิดอยู่เลยเชียวว่าอยากเจออาจารย์อีก น่าจะนัดไปทานข้าว อาจารย์ท่านนี้ใจดีมากค่ะ แล้วก็คุยสนุกมาก คุยกับแกทีไรไม่เคยต่ำกว่าสามชั่วโมง อย่าคิดว่าภาษาญี่ปุ่นฉันแข็งแรง แถมเรื่องที่คุยกันก็มีแต่ศัพท์กฎหมายออกมาเต็มไปหมด ก็อาศัยทอล์กกิ้งดิกเป็นสื่อกลางค่ะ
.
แรกๆที่ฉันเพิ่งลงเรียนวิชาแกใหม่ๆ(กฎหมายญี่ปุ่นเบื้องต้น) ตอนแรกก็คิดอยู่ว่าจะไหวมั้ย ภาษาเราก็ไม่ได้ดีขนาดนั้น แต่พอไปคุยกับอาจารย์ครั้งแรก ก็รู้เลยว่าลงไปเถอะ ไม่ลงวิชานี้กลับไปคงเสียดายแน่ๆ ส่วนมากฉันก็ไปปรึกษาแกเรื่องคำถามที่แกให้ส่งรีพอร์ตนั่นแหละค่ะ แต่ทุกครั้งก็มีอันต้องคุยเรื่องนี้ไปยืดยาว โดยเฉพาะเรื่องประวัติศาสตร์ญี่ปุ่น ที่ฉันเองแทบไม่รู้เรื่องเลยแรกๆ ก็ได้แกช่วยแนะนำอธิบายให้เยอะค่ะ จะเข้าใจกฎหมายได้ ต้องเข้าใจประวัติศาสตร์ความเป็นมาของมันด้วยค่ะ อาจารย์แกก็ดูไม่เหน็ดเหนื่อยที่จะอธิบายให้ฉันฟัง แถมยังทนฟังภาษาญี่ปุ่นง่อยๆของฉัน ไหนจะต้องอ่านรีพอร์ตฉันอีก แต่แกก็ไม่เคยบ่นเคยว่าสักครั้ง หรือทำท่ารำคาญฉัน แค่นี้ก็มีกำลังใจให้ตั้งใจเรียนอีกเป็นโขเลยค่ะ
.
อาจารย์ท่านนี้ แกชอบสีชมพูค่ะ แถมชอบใส่เสื้อสีชมพูมาสอนด้วย(เคยเอาเนคไทไหมไทยสีชมพูไปฝากแก แกชอบมาก แถมขอบคุณมาด้วยที่เข้าใจว่าแกชอบสีชมพู) แล้วก็ชอบกินอะไรแปลกๆ เผ็ดๆค่ะ ฉันเคยบังเอิญไปเจอแกที่ร้านอาหารไทยร้านนี้ ตอนพาเพื่อนๆที่เป็นนักเรียนแลกเปลี่ยนมากินครั้งนึง แล้ววันนี้ก็ได้เจออีก เมนูที่แกเลือกก็สมเป็นแกจริงๆ เลือกเมนูแปลกประหลาดสุดๆที่ไม่ค่อยมีคนสั่ง (คนญี่ปุ่นเวลาสั่งอาหาร ส่วนมากก็จะเลือกเมนูดังๆ หรือไม่ก็เมนูที่เคยกินแล้ว) แถมยังเลือกความเผ็ดในระดับ"คนไทยไม่กิน"อีกด้วย กินหมดซะด้วยสิค่ะ เห็นแบบนี้มันก็น่าดีใจจริงๆ
.
ตั้งแต่มาอยู่ญี่ปุ่นเนี่ย เจอคนญี่ปุ่นมาก็พอสมควร ก็มีอาจารย์ท่านนี้นี่แหละค่ะ ที่คุยได้สบายใจสุดๆ ฮาๆ แล้วก็หัวเราะแบบออกมาจากหัวใจจริงๆ
คนญี่ปุ่นส่วนใหญ่ มีระยะห่างระหว่างกันและกันเยอะค่ะ คนบางคนหัวเราะ แล้วรู้สึกเหมือนว่าจริงๆข้างในใจไม่ได้หัวเราะด้วย นี่แหละค่ะ ที่ฉันว่า คือ สิ่งที่แตกต่างกันมากสุดๆระหว่างคนไทยกับคนญี่ปุ่น คนไทยเจอใครคุยถูกใจก็สนิทชิดเชื้อ นับเป็นพี่เป็นน้อง คนญี่ปุ่นต่อให้สนิทขนาดไหน เราก็ยังคงเป็น"ไกจิน" เป็นคนนอกของเค้าอยู่ดี เรื่องแบบนี้ ถ้าไม่ได้มา"อยู่"คงไม่เจอค่ะ ที่เห็นว่าใจดีกับนักท่องเที่ยว ส่วนนึงมันก็เบื้องหน้าของเค้านั่นแหละค่ะ การจะเข้าไปเป็นคนในจริงๆ มันยาก ฉันเองคิดว่าสนิทกับเพื่อนแล้ว แต่ถึงอย่างงั้น ก็ไม่สามารถเข้าไปสนิทได้เท่ากับเพื่อนคนไทย หรือเพื่อนชาติอื่นๆได้เลยจริงๆ
.
ยังไงก็ตาม วันนี้ทั้งได้ทำงานให้หายว่าง ได้กินอาหารไทยอร่อย แล้วก็ได้เจอคนที่อยู่ด้วยแล้วสบายใจ
ถ้าได้เจอวันแบบนี้ ทุกๆวัน เท่านี้ก็พอแล้วล่ะค่ะ สำหรับฉันหน่ะ :)

edit @ 7 Sep 2011 22:59:45 by TRYP

Comment

Comment:

Tweet

จริงค่ะ ตามันฟ้องเนอะ
เรื่องที่เที่ยวยังไม่ได้ลงอีกหลายที่เลยค่ะ จากนี้ไปจะค่อยทยอยๆลงนะคะ เผื่อเห็นแล้วจะอยากตามไปbig smile

#3 By TRYP on 2011-09-08 23:30

จริงๆน่ะหล่ะแม้จะได้แค่ไปเที่ยวก็รู้สึก เวลาที่เขายิ้มมันดุยิ้มไม่จริงๆเลย โดยเฉพาะในเมืองใหญ่ๆโตเกียว โอซาก้า ตามันฟ้อง แต่ตอนไปแถบชนบทเขานี่คนละแบบกันเลย ยิ้มดูจริงใจมากๆ big smile
ขอบคุณ เรื่อง Edo-open air museum นะครับ ได้ข้อมูลดีๆให้ได้ไปเที่ยวbig smile

#2 By fafner on 2011-09-08 23:14

ดีจังเลยอะ big smile

#1 By b-padung Studio on 2011-09-07 23:41